2008/Oct/19

ในหนังสือพิมพ์มติชนรายวันฉบับวันเสาร์ที่ 12 เมษายน 2551
มีจดหมายของ พี่ตู้ จรัสพงษ์ สุรัสวดี
เขียนถึงบรรณาธิการมติชน

สงกรานต์กุลี สงสารผู้ดี

เรียน บรรณาธิการมติชน สมัยจอมพลสฤษดิ์ พวกนี้ไม่มีสิทธิสาดน้ำใส่ชาวบ้านบนถนนโดยไม่ขออนุญาตเจ้าตัวนะครับท่านผู้อ่าน ไม่มีจิ๊กโก๋แซวหญิง ไม่มีฆ่าข่มขืน ไม่มีผรุสวาทในสภา ไม่มีจาบจ้วงผู้หลักผู้ใหญ่ของแผ่นดิน บริหารประเทศแบบเด็ดขาด ที่พวกบ้าลัทธิคอมมิวนิสต์เรียกว่า เผด็จการ ทั้งๆที่คอมมิวนิสต์เองก็เผด็จการและลูกหลานคอมมิวนิสต์เองก็หนีเผด็จการคอมมิวนิสต์ที่ขับไล่กษัตริย์ มาอาศัยร่มพระบรมโพธิสมภารแล้วก็ดัดจริตคิดขับไล่กษัตริย์ไทย จะให้เป็นคอมมิวนิสต์บ้างซะอย่างนั้น

คอมมิวนิสต์เหล่านี้ใช้ขบวนการประชาธิปไตยบังหน้า เรียกร้องให้รากหญ้ามีสิทธิเท่าเทียมคนที่เสียภาษี โดยไม่ต้องเรียนหนังสือ ท่องได้แค่ ประชาชนต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน แล้วชนชั้นล่างก็กร่างมาจนวันนี้

จากนั้นมาการเล่นสงกรานต์ก็หมดความสวยงาม จัณฑาลก็กร่างเต็มถนน บนเทศกาลที่เคยสวยงามโดยอ้างประเพณี ที่มีสิทธิจะลามปามใครก็ได้ เป็นวันเดียวที่สิทธิเท่าเทียมกันเฉกเช่นวันลงคะแนนเสียง

ปัญหามาจากผู้ดีทั้งหลาย ที่ยอม เพราะแหยครับ การศึกษาไทยทำให้คนแหย ยิ่งเรียนยิ่งแหยเพราะสถาบันศึกษาไม่เคยเพาะบ่มความกล้า กุลีไม่เรียน ก็ไม่โดนไม้เรียว ไม่โดนกดขี่ทางความคิด ไม่โดนครูบาอาจารย์ตวาด ไม่โดนเช็คชื่อ ก็ขาแข็งกว่าบัณฑิต กล้ากว่า ทั้งๆที่โง่กว่า

สังคมใดที่คนโง่กล้า มีบทบาทและจำนวนมากกว่าคนมีการศึกษาที่ขี้ขลาด สังคมนั้นต้องล่มสลายในที่สุดครับ ทางแก้ ไม่ใช่การทำคนโง่ที่กร่างให้ฉลาดและเจียมตัว เพราะเป็นไปไม่ได้ในระบอบดัดจริตนี้ที่รัฐบาลจากการเลือกตั้งต้องเลี้ยงไข่ ให้กุลีโง่ไว้เพื่อใช้ซื้อเสียง แต่ทางแก้ที่ถูกต้องคือ การทำคนที่เรียนหนังสือให้กล้าซึ่งยากยิ่งกว่าการแก้รัฐธรรมนูญซ้ำซากอีกครับ สำหรับเมืองพุทธ ที่สอนให้คนยอมอย่างเดียวมายาวนาน ตั้งแต่อัลไตโน่น

เพราะการศึกษาของเราสอนผิด ให้คิดว่า คนมีการศึกษาต้องไม่กร้าวร้าว ก็กลายเป็นแหยไปเลยไงครับ การกร้าวร้าวกับผู้ที่ไร้มารยาท เป็นคุณสมบัติของบัณฑิตยุโรปที่สอนกันเป็นพันปีต่อเนื่องมา พาให้หลายชาติเป็นมหาอำนาจในอดีต ที่บัณฑิตใช้แส้คุมกุลีลงเรือมายึดเมืองขึ้นแถบบ้านเราได้ สิงคโปร์เองยังใช้ระบบนี้จนถึงวันนี้ ที่อังกฤษปลูกฝังไว้ให้ คือ ขับไล่กุลีออกจากประเทศ นำเข้ามาใช้งานเป็นครั้งคราวแล้วตะเพิดออกไปคืน ประชากรสันดานกุลีที่เหลือในประเทศต้องเรียนหนังสือ ถ้าดื้อ เฆี่ยน

ยุโรปตะวันตกใช้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยมีการเลือกตั้ง โดยยังมีสถาบันกษัตริย์ เพราะใช้ระบอบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม ไม่ใช่ทุนนิยม จึงไม่มีนายทุนคอยชักใยให้ล้มสถาบันกษัตริย์ นอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก ฟินแลนด์ อารยันทั้งนั้นครับ เผ่าเดียวกันนี้ ที่ล่องเรือไวกิ้งไปทั่วโลก ไม่กินแป้งเพราะอยู่บนเรือตลอด ลงจากเรือแล้วก็กินสัตว์ใหญ่ ได้อะดรินาลินที่สัตว์ใหญ่หลั่งออกมาขณะถูกฆ่าทำให้ฮึกเฮิม ก้าวร้าว ผิดกับพวกที่กินแป้ง ที่เอาแต่นอน อารยันเป็นเผ่าพันธ์ที่แก้ไขทุกอย่างที่ขวางหน้าไม่ยอมจำนน ประเพณีใดไม่เข้าท่า ไม่เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป วรรณะใดไม่เหมาะสมกับสังคม กำจัดและแก้ไขหมด พัฒนาการจึงเกิดอย่างรวดเร็วในซีกโลกนั้น ประกอบศาสนาที่ไม่สอนให้ยอม เป็นสำคัญ

ตรงกันข้าม เผ่าพันธุ์ที่กินแป้งเป็นหลัก ยอมจำนนทุกปัญหา ไม่กล้าแก้ไข พัฒนาการจึงเป็นไปในทางลบ ประเพณีที่สวยงามก็ถูกพวกหยาบช้า นำมาทำเป็นบันเทิงในหมู่ที่ต่ำชาติตระกูล เมื่อผู้ดีไม่มีความกล้า เพราะกินแป้งแล้วนอน แผ่นดินก็อยู่ในมือจัณฑาล ซึ่งอ้างว่าพวกมากกว่า ประกอบกับระบอบประชาธิปไตยที่ใช้เสียงข้างมาก ผู้ดีที่เสียงน้อยกว่า ก็ไร้น้ำยาไปโดยปริยายนั่นเองครับ

ประชาธิปไตยที่ใช้เสียงข้างมาก จึงต้องใช้ในประเทศที่แน่ใจว่า เสียงข้างมากนั้นมีคุณภาพก่อนเอาระบอบเข้ามาใช้ ไม่เช่นนั้น จะมีแต่ตกต่ำ เพราะจัณฑาลจะกุมอำนาจแผ่นดินโดยเบ็ดเสร็จครับ สงกรานต์เป็นเครื่องชี้วัดว่าวรรณะใดมีอำนาจเบ็ดเสร็จในแผ่นดินวันนี้

กุลีไหนสาดน้ำใส่ผมโดยไม่ขออนุญาต ผมจะยิงสวน เพราะผมเป็นผู้ดีที่ไม่แหยครับ เคยแหยตอนสงกรานต์แล้ว ไม่คุ้มครับ ปอดบวม ผู้คนคิดว่าเป็นกระเทยไปโน่น ถ้ายอมให้กุลีมีส่วนในจารีตที่สูงส่งระดับชาติ ไม่ว่าประเพณีหรือเลือกตั้ง จะพังถึงของสูงในที่สุดครับ

(ตู้) จรัสพงษ์ สุรัสวดี

 

ยกมาให้อ่านกันครับ
เพราะเห็นว่าบทความชิ้นนี้ถูกก่นด่าไปแทบทุกมุมเมือง

น่าแปลก
ผมดันเห็นด้วยกับเขา
เห็นด้วยในทุกส่วนเลย
ตรงกับที่ผมขบคิดมานานอย่างน่าประหลาด
ผมเองมีแนวคิดอย่างนี้มานานมากแล้ว
เคยคิดไว้ว่าถ้าเขียนหรือแม้แต่บอกใครคงโดนด่า
นับถือพี่เค้าครับที่กล้าเขียนออกมา
แถมยังเขียนได้ตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง

ลองอ่านดูดีๆนะครับ
เข้าใจว่าพี่ตู้ไม่ได้ต้องการจะดูถูกชนชั้นหรอกครับ
แต่จงใจเปรียบเทียบแกมด่าให้เห็นว่าสภาพสังคมมันเป็นยังไง
ผมเองก็เห็นว่าเป็นอย่างนี้
หัวใจสำคัญของบทความนี้
ไม่ได้อยู่ที่เราจะกำจัดกุลียังไง
แต่มันอยู่ที่เราจะพัฒนาปัญญาชนของชาติให้ถูกต้องได้ยังไง
จะทำให้บทบาทของปัญญาชนในชาติเข้มแข็งขึ้นอย่างไร
จะทำยังไงให้ชนชั้นล่างกลายเป็นปัญญาชนได้ด้วย
ทำให้ทุกคนหรือคนส่วนใหญ่ในชาติมีศักยภาพ
อย่างน้อยก็ในระดับที่ทำให้ประชาธิปไตยใช้ได้จริง

ผมไม่ทราบจุดยืนทางการเมืองของคุณตู้นะครับ
และผมไม่ขอแสดงจุดยืนทางการเมืองของผมในที่นี้ด้วย
บทความนี้และความเห็นของผมในที่นี้
พูดกันถึงเรื่องคุณภาพประชาชนล้วนๆ
ด้วยใจหวังจะเห็นประเทศและประชาชนได้พัฒนากันอย่างเต็มที่

แต่อย่างว่าแหละครับ
กุลีที่มีดีแต่หายใจให้หมดชีวิตไปวันๆ
ก็คงพอใจกับที่เป็นอยู่ตอนนี้อยู่แล้ว
พอใจกับสภาพสังคมขาดๆเกินๆแบบนี้
มองโลกด้วยสายตาแบบที่ไม่ยอมรับความจริง
หลงใหลว่าสิ่งที่เป็นอยู่ตลอดมามันถูกต้องสมบูรณ์ที่สุดแล้ว
และก็คงจะไม่มีทางเห็นดีเห็นงามไปกับบทความนี้ได้เลย

สงกรานต์ปีหน้าอยากรู้จริงๆครับ
ว่าสภาพท้องถนนสายที่คนนิยมไปเล่นน้ำ
จะยังคงจราจลเช่นเคยอีกหรือไม่

แต่คิดอีกที
ก็คงเหมือนเดิมแหละครับ

Comment

Comment:

Tweet


uktgsugb thxhjsvk nwqvyznp
#20 by EFNwokbQbQlGzrUKE (91.121.84.111) At 2009-08-19 14:59,
hxivrbre exhohtfl hwwoknlz
#19 by lbYPrrNqWlcE (94.102.49.213) At 2009-08-14 18:19,
kztzacqq kgpuveve kwacalrp
#18 by NYdADPkTFZ (89.248.172.50) At 2009-08-09 22:49,
nsdarobw tmibtuqz vhixhggj
#17 by lzQJMORo (89.248.172.50) At 2009-08-09 19:58,
sqbwmtfa ykdexwyp qshehand
#16 by WudkvpxgBtj (95.169.190.71) At 2009-08-01 09:12,
muyngalh szqkposd bozprtkj
#15 by KqzMPxKzL (95.169.190.71) At 2009-07-31 18:50,
fmeuqcnf xcklzieg ufsktssd
#14 by xFmuUoVsfG (95.169.190.71) At 2009-07-31 17:59,
jbosqxrq cdhxeiiw ojszgwjn
#13 by RnzsmSRVZc (95.169.190.71) At 2009-07-31 17:09,
tpnfrerm afmcwslv dxxtxvuh
#12 by PGChIbhSQUrMk (95.169.190.71) At 2009-07-31 16:19,
bbllwjsb agemrwiw eyisaylt
#11 by KAzUFHApXdPqltZePVS (95.169.190.71) At 2009-07-31 13:46,
oyzhvrbz wiownxfy rammhdvw
#10 by HZHSokEkICkqQkle (95.169.190.71) At 2009-07-31 12:54,
JiKyGD ndhlsvwt sumvadox yuronawx
#9 by qJwOrAsQc (89.248.172.50) At 2009-07-21 09:25,
มาอ่านแล้วน้า ไม่ต้องมางอนอีกล่ะ question

บทความนี้มันก็รุนแรงสมคำร่ำลือจริงๆแหละ

อยากรู้จริงๆว่า พี่พีท กะ พี่ตู้ เป็นพ่อลูกที่พลัดพรากกันมารึเปล่า sad smile
#8 by luv_naru (125.24.172.118) At 2008-10-27 02:55,
อยากแวปมาสวัสดี
#7 by only human At 2008-10-22 13:59,
ไอ่จัณฑาล ~!
#6 by soundsyndrome At 2008-10-19 23:17,
คิดว่าไม่แหย
แต่ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดขนาดนี้

มันเป็นเรื่องจริงของในการปกครองและสภาพสังคมปัจจุบัน

ไม่ทราบเจตนาและความคิดของผู้เขียนอย่างแท้จริงค่ะ
และยังไม่มีวุฒิภาวะพอที่จะตีความ
อ่านแล้วเหมือนปัญญาชนเองที่ถูกเสียดสีมากกว่ากุลี

แต่คิดว่าเป็นแรงกระแทกที่ดีค่ะ
อะไรที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากๆ จะมีคนสนใจมาก ๕๕๕
เสียงของบทความนี้ก็ดังขึ้นอีกโข

ส่วนตัวชื่นชมพี่ตู้มานานแล้ว
แต่เข้าใจว่าถ้าเป็นชนชั้นล่างมาอ่านจะรู้สึกอย่างไร
ก็แค่คนเราเกิดมาไม่เท่ากัน ...
คิดว่าพวกผู้ดีที่หยาบช้ากว่ากุลีก็คงมีเหมือนกัน
ฉะนั้นคิดว่าตัดสินโดยการศึกษาหนะถูก
แต่ไม่ใช่ภายใต้การศึกษาของบ้านเรานะ question
#5 by ..::Day Vision::.. At 2008-10-19 23:10,
เห็นด้วยเรื่องสงกรานต์ครับ แต่สำหรับเรา มองต่างกันนิดหน่อย
ในมุมมองของเรา คนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ไม่กล้า .. แต่ขี้เกียจมากกว่า ขี้เกียจวุ่นวาย ปล่อยมันเป็นไปหยั่งงี้แหละ มากกว่า
#4 by gsawa At 2008-10-19 11:47,
อาจจะต้องย้อนไปไกลถึงปัญญาชนที่ ดึงดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทั้งๆ ที่ยังไม่พร้อมก็ได้นะครับ
#3 by chubby At 2008-10-19 10:06,
ร้อยเต็มร้อยไปเลย สุดยอดมาก...
แต่ว่าถ้าโดนด่าไปทุกมุมเมืองแบบนี้แสดงว่าความคิดคนประเทศนี้
ตรงข้ามกับความคิดผมโดยสิ้นเชิงสินะ...sad smile
#2 by GinG Freecss At 2008-10-19 09:45,
ประชาธิปไตยที่ใช้เสียงข้างมาก จึงต้องใช้ในประเทศที่แน่ใจว่า เสียงข้างมากนั้นมีคุณภาพก่อนเอาระบอบเข้ามาใช้ ไม่เช่นนั้น จะมีแต่ตกต่ำ เพราะจัณฑาลจะกุมอำนาจแผ่นดินโดยเบ็ดเสร็จครับ

ถูกใจตรงนี้
#1 by wesong At 2008-10-19 08:21,